พระพุทธรูป ภปร ทองเหลืองรมดำ 5 นิ้ว

Wishlist: (0)

พระพุทธรูป (พระบูชา) ภปร ทองเหลืองรมดำ หน้าตัก 5 นิ้ว

จัดสร้างโดย วัดบวรนิเวศวิหาร

 

รายละเอียด พระพุทธรูป (พระบูชา) ภปร ทองเหลืองรมดำ หน้าตัก 5 นิ้ว (รุ่นสร้างเสริม)

พระพุทธรูป (พระบูชา) ภปร ทองเหลืองรมดำ หน้าตัก 5 นิ้ว (รุ่นสร้างเสริม หรือ รุ่นย้อนยุค) เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรแบบพุทธศิลป์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ ที่ฐานด้านหน้ามีพระปรมาภิไธย ภปร. เหนือผ้าทิพย์ ส่วนด้านหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานภาษิตสำหรับจารึกที่ฐานว่า "ทยฺยชาติยา สามคฺคิยํ สติสญฺชานเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ" แปลความว่า "คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี" และมีจารึกที่ฐานด้านหลังไว้ด้วยว่า "เสด็จพระราชดำเนินในพิธีหล่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2508”  ฉะนั้น พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. นี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครบไตรรงค์ กล่าวคือ องค์พระพุทธรูป ซึ่งเป็นอุทเทสิกเจดีย์แห่งพระพุทธเจ้า ย่อมหมายถึงพระพุทธศาสนารวมอยู่ด้วย พระปรมาภิไธย ภปร. เหนือผ้าทิพย์ ย่อมหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ องค์พระประมุขแห่งชาติ และองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก พระราชภาษิต ซึ่งจารึกอยู่ที่ฐานภายใต้ผ้าทิพย์ ย่อมหมายถึงชาติไทย พร้อมทั้งธรรมะที่รักษาความเป็นไทยให้คงอยู่ พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร.นี้จึงมีคุณค่าทางศิลปะ ประติมากรรม ประวัติศาสตร์ และทางคุณธรรมทางจิตใจ

 

ขนาดพระพุทธรูป ภปร ทองเหลืองรมดำ หน้าตัก 5 นิ้ว (รุ่นสร้างเสริม)

  • ความกว้างของฐานล่าง (ด้านซ้าย-ด้านขวา) : 20 ซ.ม. 
  • ความหนาจากฐานล่าง (ด้านหลัง-ด้านหน้า) : 12 ซ.ม.
  • ความสูงนับจากฐานล่าง : 26 ซ.ม.
  • รหัสอ้างอิง : 000 101 001

 

ดู พระพุทธรูป และพระสำหรับบูชา รายการอื่นๆ คลิ๊กที่นี่

 

ประวัติความเป็นมา พระพุทธรูป ภปร

พระพุทธรูป ภปร เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร ประดับผ้าทิพย์ ซึ่งวัดบวรนิเวศวิหารจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เป็นการสร้างครั้งที่สอง ส่วนครั้งแรกนั้นจัดสร้างในปี พ.ศ. 2506 โดยวัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร ที่วัดเทวสังฆารามสร้างขึ้นในครั้งนั้น เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นการสร้างตามแบบพระพุทธรูปปางประทานพรของโรงพยาบาลศิริราช แต่ได้แก้ไขแบบเล็กน้อย คือ แก้พระหัตถ์ขวาที่พาดลงให้นิ้วพระหัตถ์กระดิกมากขึ้น และเพิ่มผ้าทิพย์ประดับพระปรมาภิไธย ภปร โดยพระบรมราชานุญาตเป็นครั้งแรก ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินต้น ณ พระอุโบสถ วัดเทวสังฆาราม เสร็จแล้ว เวลา 17:15 น. เสด็จฯ เข้าในพิธีมณฑล บริเวณลานหน้าพระอุโบสถหลังเก่า ทรงบรรจุทองคำ นาก เงิน ลงในเบ้าหล่อพระพุทธรูป

กาลต่อมา สมเด็จพระราชชนนี (พระราชอิสริยยศในขณะนั้นของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ทรงนำพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร ไปพระราชทานแก่หน่วยทหารตำรวจ หน่วยราชการในภาคต่าง ๆ และถวาย ณ ปูชนียสถานสำคัญหลายแห่ง เป็นที่ชื่นชมยินดีทั่วไป จึงทรงพระราชทานพระราชดำริว่า น่าจะได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร ขึ้นอีกที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวัดบวรนิเวศวิหารได้รับพระราชทานพระราชดำริ จึงได้ดำเนินการจัดสร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร นับเป็นการจัดสร้างขึ้นโดยพระบรมราชานุญาตเป็นครั้งที่สอง มี พณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานกรรมการ พระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นมีสามขนาดคือ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วรมดำ ขนาดหน้าตัก 5 นิ้วรมดำ และพระกริ่งสัมฤทธิ์ ภปร ให้ประชาชนบูชา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างศิลป์ กรมศิลปากร ปั้นหุ่นขึ้นใหม่ และได้พระราชทานพระราชวินิจฉัยส่วนพระพุทธลักษณะทั้งปวง จึงกล่าวได้ว่า ได้พระราชทานแบบพระพุทธรูปแห่งรัชกาลปัจจุบัน เป็นแบบพุทธศิลป์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์โดยแท้ ทั้งได้พระราชทานภาษิตสำหรับจารึกที่ฐานเป็นสัญญลักษณ์ของชาติด้วยว่า " ทยฺยชาติยา สามคฺคิยํ สติสญฺชานเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ " แปลความว่า " คนชาติไทยจะรักษาความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี " ส่วนฐานด้านหลังมีจารึกว่า "เสด็จพระราชดำเนินในพิธีหล่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๘" ปัจจุบันได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรเพิ่มเติมตามพุทธศิลป์เดิมเป็นระยะๆ ทั้งที่วัดเทวสังฆารามและวัดบวรนิเวศวิหาร เรียกขานกันว่า รุ่นสร้างเสริม หรือ รุ่นย้อนยุค

 

ข้อคิดในการบูชา พระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคล

วัตถุประสงค์ของการจัดสร้าง พระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคล โดยแท้จริงแล้วนั้น คือ การจัดสร้างสัญลักษณ์ที่ช่วยให้เราได้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยอันได้แก่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม(หลักคำสอนของพระองค์) และพระสงฆ์(สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ)  ดังนั้นหากเราต้องการบูชา พระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคล เพื่อให้ชีวิตของเราประสบความสุขและความเจริญรุ่งเรือง สิ่งสำคัญที่เราควรปฏิบัติ จึงเป็นเรื่องของการบูชา พระพุทธรูป พระเครื่อง หรือ วัตถุมงคล อย่างมีเหตุผล คือ

๑. ใช้สำหรับเตือนใจ ให้เราละอายต่อการทำบาป และส่งเสริมให้ตัวเราเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในศีล 

๒. ใช้สำหรับฝึกสติ และสมาธิ คือ เมื่อเรารู้สึกชอบหรือสบายใจ เวลามองเห็นความงามของพระพุทธรูป พระเครื่อง หรือ วัตถุมงคล ก็ให้นำความสบายใจนั้น มาประยุกต์ใช้กับการฝึกจิตของเรา เมื่อเราสบายใจก็จะทำให้จิตเกิดความสงบได้ง่าย เกิดเป็นสมาธิ(จากการระลึกถึง พุทธานุสสติ) ทำให้ชีวิตมีสติอยู่เป็นนิจ

๓. ใช้สำหรับศึกษาเรียนรู้ คุณธรรม ความดีงาม จากประวัติความเป็นมาหรือเรื่องราวของ พระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุมงคล ที่จัดสร้างขึ้น และนำสิ่งดีๆ เหล่านั้นไปปฏิบัติตาม

๔. ใช้สำหรับการพัฒนาปัญญา คือ การใช้พระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุมงคล ในการระลึกถึง หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ และปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนเหล่านั้น เช่น อิทธิบาท ๔ (คุณธรรมที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ) , พรหมวิหาร ๔ (หลักธรรมประจำใจเพื่อให้ตนดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐ และบริสุทธิ์เฉกเช่นพรหม) , อริยสัจ ๔ (ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค) และ ฯลฯ

หากเราสร้างเหตุ (คือ การปฏิบัติบูชา) พระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุมงคล ตามข้อคิดที่กล่าวมาแล้วนี้ ผลที่ตามมาย่อมเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเราและคนรอบข้าง ชีวิตที่ดำเนินไปก็จะประสบแต่ความสุขความเจริญ เพราะการปฏิบัติและดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นั้น เป็นทางเอก ทางตรง ที่จะนำเราพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

 

ดู พระพุทธรูป และ พระสำหรับบูชา รายการอื่นๆ คลิ๊กที่นี่

คงเหลือ
พระพุทธรูป พระบูชา 1 ชิ้น

ความเห็นของลูกค้า (0 คน)

  • 0% Complete (success)
    0
  • 0% Complete (warning)
    0
  • 0% Complete (danger)
    0
฿ 2,190.00
  สินค้าคงเหลือ